ดูบอลออนไลน์

มวยพักยก

SBOBET

UFABET

poker online

ufa

ufabet

sagame

baccarat

คาสิโนออนไลน์

joker123

คาสิโนออนไลน์

pgslot

บาคาร่า

UFABET

UFABET

slotxo

ดูหนังออนไลน์

มังงะ

ผลบอลสด

บาคาร่า

kardinal stick

บุหรี่ไฟฟ้า

เฟอร์นิเจอร์

ที่นอน

รับทำเสื้อ

รับผลิตอาหารเสริม

ปูนปั้น

Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Ailie662

Pages: 1 ... 81 82 [83] 84 85 ... 94
1231


ยูเวนตุส ยังกลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่ยังหาชัยชนะไม่เจอ หลังเป็นฝ่ายยิงประตูนำ แต่กลับโดน เอซี มิลาน ตามตีเสมอ 1-1 จนสุดท้ายต้องแบ่งแต้มกันแบบที่สาวก 'ม้าลาย' ผิดหวังอีกครั้ง เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
ยูเวนตุส 1-1 เอซี มิลาน

ยูเวนตุส รองบ๊วยมีแต้มเดียว เจอ เอซี มิลาน อันดับ 3 มี 9 แต้ม เกมนี้ 'ม้าลาย' ส่งคู่หน้าเป็น อัลบาโร่ โมราต้า กับ เปาโล ดิบาล่า ส่วน มิลาน มี อันเต้ เรบิช ยืนหน้าเป้าแล้ว บราฮิม ดิยาซ กับ ราฟาเอล ลีเอา คุมแดนกลาง

เริ่มแค่ 4 นาที ยูเวนตุส นำอย่างว่องไว อัลบาโร่ โมราต้า หลุดเดี่ยวครึ่งสนามแล้วยก.เข้าประตูสวยงาม 1-0 ขณะที่ นาที 17 ยูเวนตุส อยากได้ลูกสอง เปาโล ดิบาล่า พา.หาช่องแล้วสับไกแต่ ไมค์ มิญอง ล้มตัวปัดได้

มิลาน ตอบโต้ นาที 24 ซานโดร โตนาลี เงยหน้าแล้วลองซัดไกลแต่ วอจเซียค เชสนี เซฟไว้ได้ ต่อมา นาที 42 เกมของทีมเยือน ซานโดร โตนาลี พา.ขึ้นหน้าก่อนขอตะบันขวาแต่ก็ไม่เข้ากรอบ จากนั้นยังไม่มีประตู จบครึ่งแรก ม้าลาย นำ 1 ลูก

ครึ่งหลัง นาที 50 ยูเวนตุส จัเอาลูกสอง ลีโอนาร์โด้ โบนุชชี จ่ายเข้าทาง อาเดรียน ราบิโอต์ ยิงซ้ายแต่ก็หลุดเป้าหมาย แต่แล้ว นาที 75 มิลาน พยายามอยู่นานก็ตีเสมอได้ ซานโดร โตนาลี เปิดเตะมุมขวามือเข้ากบาล อันเต้ เรบิช โขกเจ๊า 1-1

ท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่มเติมแล้ว จบเกม เอซี มิลาน เก็บเพิ่มเป็น 10 แต้ม ขึ้นมาเทียบเท่าจ่าฝูง อินเตอร์ มิลาน ส่วน ยูเวนตุส 4 นัดผ่านไป ยังไม่ชนะใคร

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ยูเวนตุส - วอจเซียค เชสนี, ลีโอนาร์โด้ โบนุชชี, จอร์โจ้ คิเอลลินี, อเล็กซ์ ซานโดร, ดานิโล่, มานูเอล โลคาเทลลี, โรดริโก้ เบนทานคูร์, อาเดรียน ราบิโอต์, ฮวน กัวดราโด้, เปาโล ดิบาล่า, อัลบาโร่ โมราต้า
เอซี มิลาน - ไมค์ มิญอง, อเลสซิโอ โรมาโนลี, ซิมง เคียร์, ธีโอ เฮร์นานเดซ, ฟิกาโย่ โตโมริ, บราฮิม ดิยาซ, แฟรงค์ เคสซีย์, ซานโดร โตนาลี, ราฟาเอล ลีเอา, อเล็กซิส เซเลเมเกอร์ส, อันเต้ เรบิช

1232


การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พร้อมเปิดให้บริการขบวนรถโดยสาร 7 ขบวน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางเที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน 2564 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม
 
นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟฯ พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม โดยเปิดให้บริการขบวนรถเร็ว และรถท้องถิ่น จำนวน  7 ขบวน มุ่งสู่สถานีบุรีรัมย์ เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางแก่ประชาชนที่ต้องการเที่ยวชมเทศกาลลูกชิ้นยืนกินที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 17-23 กันยายน 2564

โดยกำลังเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วประเทศ จากการเป็นอาหารโปรดของ ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า วงแบล็คพิงค์  ศิลปินชาวไทยที่กำลังโด่งดังในเวทีโลกทั้งนี้ โดยมีขบวนรถให้บริการระหว่างวันที่ 18 -24 กันยายน 2564 ดังนี้

 

ขบวนรถเร็วที่ 135 ออกจากสถานีกรุงเทพ เวลา 06.40 น. ถึงสถานีบุรีรัมย์ เวลา 14.19 น. โดยมีรถนั่งปรับอากาศพ่วงในขบวน 4 ตู้ต่อวัน
ขบวนรถเร็วที่ 136 ต้นทางออกจากสถานีอุบลราชธานี เวลา 07.00 น ถึงสถานีบุรีรัมย์ เวลา 10.27 น. มีรถนั่งปรับอากาศพ่วงในขบวน 4 ตู้ต่อวัน

ขบวนรถท้องถิ่น ขบวน 427 ออกจากสถานีนครราชสีมา เวลา 14.20 น. ถึงสถานีบุรีรัมย์ เวลา 16.32 น. มีรถนั่งพัดลม 4 ตู้
ขบวน 421 ออกจากสถานีนครราชสีมา เวลา 06.10 น. ถึงสถานีบุรีรัมย์ 08.08 น. มีรถนั่งพัดลม 4 ตู้

ขบวน 233 ออกจากสถานีนครราชสีมา เวลา 16.50 น. ถึงสถานีบุรีรัมย์ 19.13 น มีรถนั่งพัดลม 4 ตู้

ขบวน 426 ออกจากสถานีอุบลราชธานี 12.35 น. ถึงสถานีบุรีรัมย์ 16.15 น. มีรถนั่งพัดลม 4 ตู้

ขบวน 428 ออกจากสถานีอุบลราชธานี 06.20 น. ถึงสถานีบุรีรัมย์  09.53 น. มีรถนั่งพัดลม 4 ตู้

ทั้งนี้ ในด้านการให้บริการ การรถไฟฯ ได้คงมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด–19 ทั้งในขบวนรถโดยสารและสถานีรถไฟทั่วประเทศอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดจุดคัดกรองผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา การสแกนแอพพลิเคชันไทยชนะ ก่อนและหลังใช้บริการ หรือให้กรอกข้อมูลการเดินทางแทน พร้อมกับต้องกรอกข้อมูลเดินทางข้ามจังหวัด-ข้ามเขตผ่านเว็บไซต์ “หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” https://covid-19.in.th/  

สำหรับบุคคลที่เดินทางเข้าจังหวัดบุรีรัมย์โดยไม่ต้องกักตัว จะต้องได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม มากกว่า 14 วัน หรือวัคซีนชนิดอื่นใดครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

1233


สหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องในวันเสาร์ (18) ให้อีกหลายประเทศเข้าร่วมคำสัญญาลดการปล่อยก๊าซมีเทนและลดความร้อนลงอย่างน้อย 0.2 องศาเซลเซียสภายในปี 2050

โครงการริเริ่มดังกล่าว ซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน เมื่อวันศุกร์ (17) ต้องการให้ประเทศต่างๆ ยึดมั่นเป้าหมายร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์จากระดับปี 2020 ภายในปี 2030

"ก้าวย่างสำคัญร่วมกับประธานาธิบดีไบเดนสู่คำมั่นลดการปล่อยก๊าซมีเทนทั่วโลก" อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เขียนในทวิตเตอร์

"เราจะชักชวนเหล่าหุ้นส่วนทั่วโลกของเราให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้มาเข้าร่วมแผนการลดการปล่อยมีเทน"

ถ้อยแถลงร่วมจากอียูและสหรัฐฯ ระบุว่า อาร์เจนตินา กานา อินโดนีเซีย อิรัก เม็กซิโก และสหราชอาณาจักร "ได้แสดงความจำนงสนับสนุน" คำมั่นนี้แล้ว

โครงการริเริ่มนี้จะถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอด COP26 ที่จัดโดยองค์การสหประชาชาติในกลาสโกว์ของสก็อตแลนด์ในเดือนพฤศจิกายน

"มีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกอันตราย และตามรายงานล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) มันคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของอุณหภูมิ 1 องศาเซลเซียสที่เพิ่มขึ้นหลังจากยุคก่อนอุตสาหกรรม"

"การลดการปล่อยก๊าซมีเทนในทันทีจะทำให้การลดคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ประสบความสำเร็จไปด้วย และถูกพิจารณาว่าเป็นกลยุทธเดียวที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดสภาวะโลกร้อนในระยะสั้นและทำให้เป้าหมายที่จะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสอยู่ใกล้แค่เอื้อม"

1234


กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานชี้แจงข้อสงสัยกรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุมีครรภ์ ถือว่านายจ้างมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นางโสภา เกียรตินิรชา โฆษกกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวกรณีลูกจ้างหญิงร้องเรียนว่า นายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุมีครรภ์ และนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมนั้น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้มอบหมายให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรี (สสค.นนทบุรี) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าลูกจ้างได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (สรพ.5) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 ว่าบริษัทเลิกจ้างเพราะเหตุมีการตั้งครรภ์ และลูกจ้างผู้ร้องมีความประสงค์เรียกร้องเงินตามกฎหมาย ได้แก่ ค่าจ้างจากการทำงาน ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ทั้งนี้ สรพ.5 ได้ส่งคำร้องให้ สสค.นนทบุรี ดำเนินการเนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานประกอบกิจการ โดยพนักงานตรวจแรงงานได้สอบข้อเท็จจริงในส่วนของลูกจ้างและรวบรวมหลักฐานเอกสารและจะเรียกนายจ้างมาให้ข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการต่อไป หากปรากฏว่านายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุมีครรภ์จริง ถือว่านายจ้างกระทำความผิดฐานฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 43 ที่ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ พนักงานตรวจแรงงานจะมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามและไม่นำคดีขึ้นสู่ศาล ถือว่านายจ้างได้กระทำความผิดอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย

โดยกฎหมายคุ้มครองแรงงานถูกกฎหมายเชื่อถือได้ได้กำหนดให้นายจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างหญิงมีครรภ์เป็นพิเศษ ได้แก่ การกำหนดลักษณะงานบางประเภทที่ห้ามมิให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงาน เช่น งานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลากหรือเข็นของหนักเกิน 15 กิโลกรัม หรืองานที่ทำในเรือ เป็นต้น รวมไปถึงการกำหนดห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างหญิงซึ่งมีครรภ์ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น. เนื่องจากหญิงมีครรภ์ต้องได้รับการพักผ่อนในเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอ และต้องไม่ให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด เว้นแต่จะเป็น กรณีที่ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงานในตำแหน่งผู้บริหาร งานวิชาการ งานธุรการ หรืองานเกี่ยวกับการเงินหรือบัญชีนายจ้างอาจจะให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงานล่วงเวลาได้เท่าที่ไม่กระทบต่อสุขภาพของลูกจ้างหญิงมีครรภ์โดยต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป

1235
ผู้หญิงในสภาวะตั้งครรภ์ทานข้าวกล้องสุขภาพโภชนาการสูงปลอดสารพิษตัวช่วยคุณแม่ตั้งท้อง ข้าวที่มีคุณค่าสารอาหารสูง
    ข้าวไรซ์เบอรี่ออแกนิคส่งทั่วไทย การรับประทาน “#ข้าวกล้อง” ( ข้าวออร์แกนิค) นอกจาก   ข้าวกล้องหอมมะลินิลออแกนิค จะส่งผลดีโดยตรงต่อคุณแม่ตั้งครรภ์แล้วยังส่งผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย ข้าวกล้องออแกนิคถือเป็นหนึ่งในอาหารกลุ่มให้พลังงานต่อร่างกายในการใช้พลังงานต่อวันของเรา คุณแม่ตั้งครรภ์ยังมีความต้องการสารอาหารจาก  กลุ่มข้าวหอมมะลิอินทรีย์ที่มากกว่าคนปกติ เพราะต้องน้ำสารอาหารที่จำเป็นหลายๆส่วนไปใช้ในการสร้างพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์   ข้าวกล้องหอมมะลิปลอดสารพิษถือเป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ อีกตัวช่วยหนึ่ง เนื่องจาก ข้าวกล้องเป็นข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี จึงยังคงไว้ด้วยคุณค่าสารอาหารมากกว่าขาวที่ถูกขัดสี มีจมูกข้าว มีเยื่อหุ้มข้าว มีกาบา ซึ่งมีและสารอาหารต่างๆครบ ทั้งโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ซึ่งมีอะไรบ้างมาดูกัน..




1. ปัญหาหลักของคุณแม่ตั้งครรภ์ คือ ภาวะท้องผูก ข้าวกล้องมีเส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยในเรื่องของอาการท้องผูกและมะเร็งลำไส้ได้เป็นอย่างดี
ปัญหาต่อมา คุณแม่ตั้งครรภ์ชอบเป็นตะคริว เมื่อคุณแม่รับประทานข้าวกล้องเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ป้องกันการเกิดปากนกกระจอก เนื่องจากมีวิตามินบี 2 บรรเทาอาการอ่อนเพลีย อาการปวดแสบและเสียวในขา ปวดน่อง ปวดกล้ามเนื้อ
2. นอกจากคุณแม่จะทานยาที่คุณหมอให้สริมธาตุเหล็กมา ข้าวกล้องยังมีธาตุเหล็กมากเป็น 2 เท่า ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง จาก  ข้าวปะกาอำปึลนิลอินทรีย์
3. ในข้าวกล้อง   ข้าวหอมมะลินิลอินทรีย์ มีฟอสฟอรัส ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน และเส้นผมของลูกและคุณแม่ที่ผมร่วงบ่อย
4. ใน  ข้าวกล้องหอมมะลิแดงออร์แกนิก มีแคลเซียมจำเป็นที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และยังช่วยป้องกันการเกิดตะคริว ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 90% ต้องเผชิญ ป้องการให้คุณแม่ไม่เป็นโรคกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้นอีกด้วย
5. ในข้าวกล้องมีไขมันที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ในข้าวกล้องเป็นไขมันดีที่ไม่มีคอเลสเตอรอล (Cholesterol)
6. ในข้าวกล้องมีเกลือแร่ และวิตามินรวมกันกว่า 20ชนิด ซึ่งช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
7. ใน ข้าวกล้องหอมมะลินิลเกษตรอินทรีย์ มีโปรตีนมากกว่า 20-30% ช่วยเสริมสร้างร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอ
8. ในข้าวกล้องแป้งมีน้อยกว่าข้าวขาว ช่วยลดความอ้วน ส่วนคนที่ผอมก็แข็งแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากได้รับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้น มีผลทำให้สุขภาพจิตใจของคุณแม่ตั้งครรภ์ดีขึ้น เพราะสุขภาพร่างกายแข็งแรง สดชื่น แจ่มใส

เห็นไหมว่าข้าวกล้อง เช่น  ข้าวไรซ์เบอรี่organic มีคุณค่าและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายคุณแม่และคุณลูกมากแค่ใหน เวลาเลือกซื้อข้าวกล้อง อย่าลืมเลือกซื้อข้าวกล้องอินทรีย์ เพราะทุกกระบวนการผลิตไม่มีการใช้สารเคมีดีต่อสุขภาพคุณแม่และคุณลูกอย่างปลอดภัย

เพื่อความมั่นใจถึงความเป็นข้าวออร์แกนิค   ขายข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์  ที่แท้จริงของเรา
ข้าวฮอร์ (HOR)   ข้าวอินทรีย์ไทยมีราคาแพง
ได้รับมาตรฐาน
1. ใบรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ ( Organic Thailand)
2. ใบรับรองเครื่องหมาย "ข้าวพันธุ์แท้" จากกรมการข้าว จาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในประเภทของ
2.1 ข้าวขาวดอกมะลิ 105 (ข้าวขาว)
2.2 ข้าวขาวดอกมะลิ105 (ข้าวกล้อง)
2.3 ข้าวมะลินิลสุรินทร์

ข้าว Hor.Boutique ข้าวอินทรีย์สุรินทร์   ข้าวอินทรีย์   การทำนาข้าวอินทรีย์  
277 หมู่ 14 ถ.พิชิตชัย ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000
โทร. 092-8245655
website :  ข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์
Facebook : โครงการข้าวออร์แกนิค
Twitter : https://twitter.com/hor_boutique
IG : https://www.instagram.com/hor.boutique/
Line: @Hor.Boutique ข้าวออร์แกนิคไทยมีราคาแพง  เรามีข้าวอินทรีย์ 7 ประเภทครับ1.  ข้าวหอมมะลิออแกนิคสำหรับทารก
2.  ข้าวกล้องหอมมะลิเกษตรอินทรีย์ 
3.  ขายข้าวปะกาอำปึลอินทรีย์ (#ข้าวพื้นถิ่นสุรินทร์)
4.ข้าวผสมห้าสายพันธุ์อินทรีย์
5.  ข้าวอินทรีย์หอมมะลิแดง
6.  ข้าวกล้องมะลินิลอินทรีย์
7. ข้าวไรซ์เบอร์รี่organic

ข้าว Hor พร้อมขายแล้วที่ Shopee & Lazada
https://shopee.co.th/hor.boutique
https://www.lazada.co.th/shop/horboutique/

#ข้าวกล้องอินทรีย์ตัวช่วยของคุณแม่ตั้งครรภ์ #ข้าวกล้องสำหรับคนท้อง #ข้าวกล้องสำหรับคุณแม่ตั้งครภ์ #คนท้อง #ตั้งครรภ์ #ตั้งท้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

1236


วันที่ 18 กันยายน 2564 มีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘Youth In Charge’ อย่างเป็นทางการกับภารกิจพัฒนาเยาวชนให้กลายเป็น ‘ผู้นำการเปลี่ยนแปลง’ โดยมีภาคเอกชนภาคเอกชนร่วมประกอบด้วยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทนด์ด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ AI และ Robotic กำลังมาแรง แต่กำลังโฟกัสดิจิทัล แพลตฟอร์ม และหุ่นยนต์มากขึ้น รวมทั้งต้องการให้เยาวชนให้ความสำคัญกับไบโอเทคโนโลยีเพราะตอบโจทย์การสร้างความยั่งยืน และตอบโจทย์ปัจจัย 4 ของมนุษย์ คือ อาหารและยารักษาโรค ดังนั้นถ้าไบโอเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าดวยการใช้เทคโนโลยีและ AI จะสร้างความยั่งยืนให้กับโลกได้ และต่อไปเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI จะไม่จำกัดเฉพาะแพลตฟอร์มบนมือถือเท่านั้น

ทั้งนี้ ปตท.ให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีให้กับโรงเรียน 148 แห่ง และระดับครีมจะมีโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ที่คัดเลือกนักเรียนมาเรียน ส่วนระดับอุดมศึกษาจะมีสถาบันวิสเทคที่เป็นมหาวิทยาลัยด้านการวิจัยในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก และ ปตท.มีสถาบันนวัตกรรมที่เป็นเวทีให้เยาวชนทำการวิจัยและมีงานรองรับ

นอกจากนี้ภาคธุรกิจมีการหารือกันว่าไทยจะก้าวข้ามการพัฒนาไปได้จะต้องให้ความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยจะมีการเปิดเวทีให้มีการแข่งขันด้านสตาร์ทอัพ และหลังจากนั้น ปตท.จะช่วยการต่อยอดทางธุรกิจให้

นายอรรถพล กล่าวว่า ความยั่งยืนเป็นแนวโน้มที่โลกกำลังให้ความสนใจ ซึ่ง ปตท.เพิ่งประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ Powering life with Future Energy and Beyond ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจด้วยพลังงานสะอาดที่ ปตท.จะลงทุนมากขึ้น ซึ่งทุกภาคส่วนจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ – การบริหารกลาง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี กล่าวว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เพราะที่ผ่านมาเรากำลังเจอปัญหาสภาวะโลกร้อน โดยเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแนวคิดที่ไม่ใช่สูตรสำเร็จแต่เป็นวิธีการที่ต้องลงมือทำจึงจะเกิดความสำเร็จ ซึ่งกระบวนการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่จะมีความซับซ้อนและต้องใช้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ความร่วมมือภายในสังคมและการลองผิดลองถูก

ดังนั้นเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นเรื่องของการลงมือทำมากกว่าแผนบนโต๊ะ เราจึงต้องการความร่วมมือจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะร่วมผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีบทบาทในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเอสซีจีจะสร้างเวทีให้เยาวชนร่วมประกวดเพื่อสร้างโมเดลการแก้ปัญหาการจัดการทรัพยากร

1237


วันนี้ (16 ก.ย.) พ.ต.ท.ฉลอง อุคะ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้รับแจ้งจากคนหาปลาในแม่น้ำมูล พบศพผู้หญิงลอยน้ำมาติดกอสวะ เขตบ้านปากน้ำ ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี ก่อนถึงเจดีย์หาดบุ่งสะพัง-ศรีภิรมย์ ประมาณ 500 เมตร คาดเป็นศพหญิงสาวที่กระโดดลงมาจากสะพานเสรีประชาธิปไตย สะพามข้ามแม่น้ำมูล เมื่อช่วงดึกคืนวันที่ 15 ก.ย. จึงประสานให้หน่วยกู้ภัยมูลนิธิการกุศลจีตัมเกาะอุบลราชธานีนำเรือของเทศบาลนครอุบลราชธานีออกไปช่วยเก็บกู้ศพขึ้นมาพิสูจน์และตามหาญาติ

แต่ปรากฏว่าระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังพากันลงเรือที่ท่าน้ำตลาดใหญ่ติดกับสะพานเสรีประชาธิปไตย เพื่อนำเรือออกไปยังจุดที่พบศพห่างไปประมาณ 3-4 กิโลเมตร ก็มีผู้หญิงรายใหม่อายุประมาณ 50 ปีเศษ ขี่จักรยานยนต์มาจอดบริเวณกลางสะพาน ก่อนกระโดดพุ่งหลาวลงไปในกลางแม่น้ำมูลทั้งที่ยังสวมหมวกกันน็อก

ด้านนายสุวรรณชัย ทาระเกต เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อร่างหญิงตกถึงน้ำก็ยังไม่จมหายไปเพราะน่าจะว่ายน้ำเป็น จึงยังโผล่หัวพยุงตัวลอยไปตามกระแสน้ำที่กำลังเชี่ยวกราก ตามอัตราการไหลของน้ำช่วงฤดูฝนที่มีความเร็วกว่า 959 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้แม่ค้าและคนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าที่เห็นเหตุการณ์ร้องตะโกนบอกกันด้วยความตกใจ

หน่วยของตนที่อยู่ใกล้จุดกระโดดจึงรีบนำเรือออกไปดึงร่างหญิงคนดังกล่าวขึ้นมาบนเรือในสภาพอ่อนแรง มีอาการสำลักน้ำ หลังช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล จากการสอบถามทราบว่า หญิงคนดังกล่าวมีภูมิลำเนาอยู่ในตำบลเมืองศรีไค อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีอาการเครียดจากปัญหาครอบครัว หลังรักษาอาการจมน้ำแล้ว แพทย์ด้านจิตวิทยาจะได้เข้าดูแลต่อ

จากการสอบถาม นายสุคนธ์ จันทร์แจ่ม อายุ 53 ปี พนักงานกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งดูแลความสะอาดของตลาดสดที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ระหว่างตนมายืนดูหน่วยกู้ภัยกำลังลงเรืออยู่บนตลิ่งแม่น้ำมูลเพื่อไปเก็บศพที่กระโดดน้ำฆ่าตัวตายเมื่อวันก่อน ก็เหลือบไปเห็นหญิงวัยกลางคนรายนี้ขี่จักรยานยนต์มาจอดที่กลางสะพาน แล้วปีนขึ้นไปบนราวสะพานก่อนกระโดดลงมากลางแม่น้ำมูล

ร่างของหญิงรายนี้ถูกน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดพาห่างจากสะพานไป 200-300 เมตร โชคดีขณะนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังจะนำเรือออกจากท่าน้ำเพื่อไปเก็บศพของหญิงสาวที่กระโดดน้ำฆ่าตัวตายเมื่อคืนก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบนำเรือออกไปช่วยดึงร่างของหญิงที่เพิ่งกระโดดลอยอยู่กลางแม่น้ำขึ้นมาบนเรือได้อย่างปลอดภัย หากช้าไปอีก 1-2 นาทีตนเชื่อว่าหญิงคนนี้อาจไม่มีโอกาสรอดชีวิต

ส่วนศพหญิงสาวที่กระโดดสะพานเสรีประชาธิปไตยเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 15 ก.ย. และศพลอยไปติดกอสวะผักตบชวาห่างจากจุดกระโดดสะพานเสรีประชาธิปไตยไปกว่า 3-4 กิโลเมตร เป็นคนผิวขาว สวมเสื้อยืดคอกลมสีแดงเลือดหมู ใส่กางเกงผ้ายืดขายาวสีดำ ระหว่างนำศพขึ้นจากน้ำได้รับแจ้งจากญาติที่เห็นภาพจากการไลฟ์สด ทราบชื่อคือ น.ส.พิมพร ศรีวงษา อายุ 31 ปี ชาวบ้านอำเภอวารินชำราบ ที่มีปัญหาทะเลาะกับแฟน และยังไม่กลับเข้าบ้าน

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุการมากระโดดสะพานเมื่อคืนก่อน และมีนักศึกษาหญิงเห็นเหตุการณ์ได้ถ่ายภาพขณะ น.ส.พิมพรกระโดดลงจากสะพานเกิดจากปัญหาส่วนตัว จึงให้หน่วยกู้ภัยมูลนิธิการกุศลจีตัมเกาะอุบลราชธานีนำร่างส่งให้แพทย์แผนกนิติเวชโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ผ่าพิสูจน์ยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

1238


ลีออน โกเรตซ์กา มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิก กลบกระแสข่าวเชื่อมโยง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่า พรีเมียร์ ลีก ต่อสัญญาถึงปี 2026 เรียบร้อยแล้ว

ยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรีย ประกาศอย่างเป็นทางการ สัญญาเดิมของ โกเรตซ์กา ซึ่งจะสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2022 ถูกขยายต่ออีก 4 ปี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน

นอกจากนี้ กองกลางวัย 26 ปี ดีกรีแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน 3 สมัย และ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย ยังมีข่าวพัวพันกับ รีล มาดริด ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ยูไนเต็ด เสาะหาผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง ในตลาดซื้อ-ขายฤดูร้อน และการเจรจาสัญญาใหม่ของ โกเรตซ์กา ยังล่าช้า เพื่อหยั่งเชิงสโมสรอื่นๆ ทว่าไม่มีข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรม

ส่งผลให้ โกเรตซ์กา ปักหลักถิ่นอัลลิอันซ์ อารีนา ระยะยาว ยืดสถิติรับใช้สโมสร 118 นัด นับตั้งแต่แยกทาง ชาลเก 04 เมื่อปี 2018

'เสือใต้' ดำเนินการต่อสัญญาผู้เล่นตัวหลัก อาทิ โธมัส มุลเลอร์, มานูเอล นอยเออร์ นายทวาร, อัลฟอนโซ เดวีส, จามาล มูเซียลา, โจชัว คิมมิช และ โกเรตซ์กา เป็นคนล่าสุด
 

1239


Thaitrade.com เว็บไซต์การค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รวบรวมสินค้าส่งออกคุณภาพของไทย เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงผู้ซื้อทั่วโลก สรุปภาพรวมการซื้อขายผ่านอีคอมเมิร์ซว่า มูลค่าการซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 - 2564 ปัจจุบัน สร้างมูลค่ารวมทั้งสิ้น 9,767 ล้านบาท 

 โดยปี พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา มีมูลค่าซื้อขายรวม 1,790.85 ล้านบาท ส่วนปี พ.ศ. 2564 (ม.ค.-ส.ค.64) มูลค่าซื้อขายรวม 1,272.22 ล้านบาท โดยมีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Thaitrade.com รวม 12,108,138 ราย เป็นคนไทย 29.46% และ ชาวต่างชาติ 70.54% สำหรับความคาดหมายในปี พ.ศ. 2565 นี้ Thaitrade.com ตั้งเป้าหมายว่าการซื้อขายออนไลน์น่าจะทะยานพุ่งสูงขึ้น โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายราว 12,000 ล้านบาท

เมื่อเจาะข้อมูลผู้ซื้อชาวต่างชาติจำนวน 216,533 ราย พบว่ามียอดผู้ซื้อสินค้าออนไลน์เรียงตามลำดับ ดังนี้

อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา มูลค่า 251.54 ล้านบาท คิดเป็น 14.05% สินค้าที่นิยมได้แก่ ทุเรียนแช่แข็ง, น้ำจิ้มสุกี้, ข้าวหอมมะลิ

อันดับ 2 เวียดนาม มูลค่า 172.35 ล้านบาท คิดเป็น 9.63% สินค้าที่นิยม ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์, ขนมบิกิต, ข้าว

อันดับ 3 อังกฤษ มูลค่า 148.01 ล้านบาท คิดเป็น 8.27% สินค้าที่นิยม ได้แก่ เครื่องหอม, น้ำจิ้มสุกี้, สับปะรดกระป๋อง

อันดับ 4 อียิปต์ มูลค่า 89.08 ล้านบาท คิดเป็น 4.97% สินค้าที่นิยม ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์, ทูน่ากระป๋อง

อันดับ 5 สาธารณรัฐประชาชนจีน มูลค่า 86.83 ล้านบาท คิดเป็น 4.85% สินค้าที่นิยม ได้แก่ น้ำมะพร้าว, ทองม้วน, หมอนยางพารา

รายการสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดเรียงลำดับ ดังนี้ อาหารและเครื่องดื่ม มูลค่า 957.66 ล้านบาท คิดเป็น 53.48% อะไหล่รถยนต์ มูลค่า 257.73 ล้านบาท คิดเป็น 14.39% สินค้าอุปโภคบริโภค มูลค่า 169.29 ล้านบาท คิดเป็น 9.45% สินค้ากีฬาและความบันเทิง มูลค่า 28.01 ล้านบาท คิดเป็น 1.56% และ สินค้าเกษตร มูลค่า 24.92 ล้านบาท คิดเป็น 1.39%

ส่วนสมาชิกผู้ขายบนเว็บไซต์ Thaitrade.com จำนวนทั้งหมด 25,602 ราย มีสินค้ารวมทั้งสิ้น 184,729 รายการ แบ่งตามภูมิภาคต่าง ๆ ดังนี้

- ภาคเหนือ จำนวน 972 ราย สินค้าที่นิยม ได้แก่ เครื่องเรือนทำด้วยไม้, น้ำผึ้งดอกลำไย, ข้าวโพดกระป๋อง

- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 846 ราย สินค้าที่นิยม ได้แก่ น้ำมันดาวอินคา, น้ำจิ้มสุกี้, กะทิกระป๋อง

- ภาคกลาง จำนวน 19,757 ราย สินค้าที่นิยม ได้แก่ ชิ้นล็อคยางอะไหล่, เครื่องหอม, ข้าวหอมมะลิ

- ภาคตะวันออก จำนวน 1,418 ราย สินค้าที่นิยม ได้แก่ อะไหล่ยานยนต์, ข้าว, หมอนยางพารา

- ภาคใต้ จำนวน 788 ราย สินค้าที่นิยมได้แก่ เนื้อปู

- ภาคตะวันตก จำนวน 366 ราย สินค้าที่นิยมได้แก่ ลูกเดือยอบแห้ง

ข้างต้นเป็นการซื้อขายแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ที่เน้นการซื้อขายสินค้าล็อตใหญ่ ส่วนบริการซื้อหวยออนไลน์การค้าออนไลน์แบบขายปลีก (B2C) หรือ Thaitrade.com SOOK ก็สามารถทำมูลค่าซื้อขายรวม 1,477,205 บาท โดยสินค้าที่ขายดี ได้แก่ 1. ชาเขียว ชาคาโมมายด์ 2. ขนมขบเคี้ยว/มะม่วงอบแห้งและทุเรียนแช่แข็ง 3. สินค้าสุขภาพและความงาม จำนวนผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มีการสั่งซื้อสินค้าสูงสุดเรียงตามลำดับ ได้แก่ ออสเตรเลีย คูเวต และ บรูไน



สำหรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Business Matching : OBM) เมื่อปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ประมาณการยอดขายรวม 14,475.90 ล้านบาท และในปี พ.ศ.2564 ตั้งเป้าประมาณการยอดขายจากการเจรจาจับคู่ธุรกิจอยู่ที่ 15,905.19 ล้านบาท มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจจำนวน 116 ครั้ง คู่เจรจารวม 3,507 คู่ ทั้งนี้มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจที่ได้ดำเนินการแล้วตั้งแต่ ม.ค.- ส.ค.64 สร้างยอดขายได้ทั้งสิ้น 11,494.25 ล้านบาท มีผู้นำเข้า 1,047 ราย ผู้ส่งออก 1,709 ราย ผ่านการเจรจาจับคู่ธุรกิจจำนวน 59 ครั้ง เจรจาจับคู่ธุรกิจได้ทั้งสิ้น 3,745 คู่ ซึ่งแผนการดำเนินการต่อไประหว่างเดือน ก.ย.-ธ.ค.64 นี้ ประมาณการยอดขายรวม 3,625 ล้านบาท ผ่านการเจรจารวม 37 ครั้ง จับคู่เจรจา 630 คู่

โดยข้อมูลเชิงลึกจากการเจรจาจับคู่ธุรกิจพบว่า ภูมิภาคเอเชียมีมูลค่าการเจรจาจับคู่ธุรกิจสูงสุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 8,506.32 ล้านบาท โดยเป็นผู้นำเข้า 834 ราย และผู้ส่งออก 1,268 ราย ส่วนประเทศที่มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจสูงสุด คือประเทศจีน รองลงมาคือ อินเดีย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศอื่น ๆ สินค้าที่ได้รับการรับความนิยมจากการเจรจาจับคู่ธุรกิจ อันดับหนึ่ง คือ อาหาร ทำยอดขายรวม 3,843.17 ล้านบาท อันดับสอง คือ ผลไม้ ทำยอดขายรวม 3,298.34 ล้านบาท อันดับสามสินค้าฮาลาล ยอดขายรวม 179.72 ล้านบาท อันดับสี่ สินค้าเครื่องมือแพทย์ ยอดขายรวม 119.46 ล้านบาท

ในขณะที่ภูมิภาคยุโรป อเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง มียอดการเจรจาซื้อขายจับคู่ธุรกิจรวมทั้งสิ้น 2,987.93 ล้านบาท เป็นผู้นำเข้า 213 ราย และ ผู้ส่งออก 441 ราย โดยยุโรปมีมูลค่าการซื้อขายรวม 361.6 ล้านบาท อเมริกาเหนือ 237.62 ล้านบาท ลาตินอเมริกา 164.42 ล้านบาท ตะวันออกกลาง 815.24 ล้านบาท และ แอฟริกา 1,409.05 ล้านบาท สินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สินค้าฮาลาล ยอดขายรวม 2,160.23 ล้านบาท อาหาร ยอดขายรวม 329.63 ล้านบาท ผลไม้ ยอดขายรวม 180.32 ล้านบาท ชิ้นส่วนยานยนต์ ยอดขายรวม 60.46 ล้านบาท เครื่องมือแพทย์ ยอดขายรวม 18.25 ล้านบาท และ สินค้าอื่น ๆ ยอดขายรวม 239.04 ล้านบาท
URL
 7
 

1240


วันนี้ (16 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัด เตรียมจัดงาน “เทศกาลลูกชิ้นยืนกิน” ประจำปี 2564 แบบนิวนอร์มัล (New Normal) ขึ้น ระหว่างวันที่ 17-23 ก.ย. 2564 นี้ ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ จากเดิมที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ได้เลื่อนออกไปเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทั่งได้มีมาตรการคลายล็อกดาวน์จึงได้กลับมาจัดงานอีกครั้ง



นายบดินทร์ เรืองสุขศรีวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการจัดงาน จากเดิมที่จะให้นั่งรับประทานในงาน แต่ปีนี้จะให้ซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านแทนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 นอกจากนี้ จะมีการจัดจำหน่ายทำโปรโมชันขายผ่านทางออนไลน์เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย 7 วัน 7 โปรฯ ทั้งทางพื้นที่จัดงาน และทาง Facebook มีการจัดนาทีทอง ลูกชิ้น 10 ไม้ ในราคา 1 บาท ทุกวัน ในช่วง 12.00 น.

ทั้งนี้ วันเปิดงานจะมีการจัดแสดงแข่งขันกินลูกชิ้นยืนกินจากแชมป์เมื่อปีที่แล้ว เพื่อทำลายสถิติเก่า ทั้งแชมป์ชายและแชมป์หญิง โดยจะมีการจัดเซอร์ไพรส์เพื่อแสดงความขอบคุณ “ลิซ่า แบล็คพิงค์” หรือ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล วงเกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติเกาหลีแบล็คพิงค์ (Blackpink) ชาว จ.บุรีรัมย์ ที่ทำให้ลูกชิ้นยืนกิน ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เด่นของ จ.บุรีรัมย์ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น รวมทั้งทำให้บรรยากาศการจำหน่ายลูกชิ้นยืนกินกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากซบเซาลงไปจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19
 

1241


นายสมโชค เดชะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทคลังน้ำมัน ออสซี่ออยล์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพลังงานเพื่อการเกษตร เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่ แฟรนไชส์ปั๊มน้ำมันนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ภายใต้แบรนด์ “ออสซี่ออยล์”ลงทุนเพียง 5 ล้านบาทจะได้อุปกรณ์ครบชุด พร้อมมินิมาร์ท และให้คำปรึกษาในด้านการตลาดซื้อหวยออนไลน์ พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญอบรมการขายให้กับผู้ที่ลงทุนซื้อแฟรนไชส์

“การทำตลาดแฟรนไชส์ปั๊มน้ำมันนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียเป็นโมเดลที่เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยบริษัทได้วางแผนการทำตลาดไว้ 3 รูปแบบคือ การขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจลงทุน บริษัทลงทุนเอง และขายตรงกับกองทุนหมู่บ้านเกรดA ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายขยายแฟรนไชส์ให้กองทุนหมู่บ้านเกรดA 10,000 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2564”

เปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่แฟรนไชส์ ปั๊มน้ำมันนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ภายใต้แบรนด์ “ออสซี่ออยล์”

นายสมโชค กล่าวต่อไปว่า แฟรนไชส์ปั๊มน้ำมันนำเข้าหากให้ลูกค้าบริการตัวเอง ลูกค้าที่มาซื้อน้ำมันจะได้ราคาถูกกว่าซื้อน้ำมันจากปั๊มน้ำมันทั่วไป 50 สตางค์/ลิตร และเจ้าของแฟรนไชส์จะมีส่วนต่างราคาน้ำมัน 3 บาท/ลิตร ในส่วนของกองทุนหมู่บ้านจะมีส่วนต่างค่าการตลาดประมาณ 1 บาทต่อลิตร สำหรับน้ำมันที่นำมาจำหน่ายในปั๊มน้ำมันดังกล่าวเป็นน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันระยอง

 

โมเดลธุรกิจใหม่แฟรนไชส์ ปั๊มน้ำมันนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ภายใต้แบรนด์ “ออสซี่ออยล์”เริ่มเปิดตัวตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจลงทุนธุรกิจน้ำมันเพื่อการเกษตร สามารถติดต่อได้ที่ Call Canter : 02-114-7334, 063-4583999 เว็บไซต์ : http://aussieoil.co.th ,Line ID : @aussieoil

นอกจากนี้บริษัทได้เดินหน้าขยายการนำแอพพลิเคชั่น Energy Man มาใช้ในการซื้อขายน้ำมันเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น ด้วยการแนะนำวิธีการใช้ ให้ความรู้เกี่ยวกับการซื้อขายน้ำมัน การทำกำไร ผ่านระบบแอพพลิเคชั่น Energy Man ให้กับกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถจำหน่ายน้ำมันผ่าน แอพพลิเคชั่น Energy Man ได้ 10 ล้านลิตรภายในปี2564ตามเป้าหมายที่วางไว้

1242


กฤษดา วงษ์แก้ว กัปตันทีมฟุตซอลชายทีมชาติไทย​ กำชับเพื่อนร่วมทีมห้ามประมาท โมร็อกโก เด็ดขาด แม้จะทำการบ้านมาอย่างดี

'โต๊ะเล็กช้างศึก' ทีมชาติไทย ออกสตาร์ทด้วยการแพ้ต่อโปรตุเกส 1-4​ ส่วน โมร็อกโก เอาชนะ หมู่เกาะโซโลมอน ไป 6-0 ในเกมแรกของฟุตซอลโลก 2021 กลุ่ม ซี

'การเจอกับ โมร็อคโค แม้เราจะได้ศึกษาวีดีโอการเล่นของเขามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เราก็จะประมาทไม่ได้เพราะพวกเขาก็มีความสามารถเฉพาะตัวที่ดี​ ซึ่งเราก็ต้องรัดกุมและเล่นตามแผนของเรา' กฤษดา กล่าวเริ่ม

'เกมกับโปรตุเกส ถือว่าเราทำได้ดี เราได้เจอกับแชมป์ยุโรป เราทำได้ดีในครึ่งแรก และนำก่อนด้วย แต่มาโดนตีเสมอ ทำให้โมเมนตัมเทไปทางเขา'

'หลังจบครึ่งแรก และเราก็มาโดนยิงขึ้นนำ และเสียสมาธิ และเสียสองประตู ทำให้เป็นงานที่ยากของเรา ทุกคนก็ทำได้ดีกับการเจอกับแชมป์ยุโรป' กัปตันช้าง ทิ้งท้าย

สำหรับ โปรแกรมนัดต่อไป ฟุตซอลทีมชาติไทย จะลงทำการแข่งขันฟุตซอลโลก กลุ่มซี นัดที่สอง พบกับ โมร็อคโก ที่ ซัลกิริส อารีนา ในวันที่ 16 กันยายน 2564 เวลา 00.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)  ถ่ายสดทางช่อง PPTV36

1243


Marvel และ DC ในฐานะผู้ถือครองลิขสิทธิ์ตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่ ประกาศห้ามนักเขียนขายผลงานต้นฉบับซุปเปอร์ฮีโร่ต่างๆในรูปแบบ NFT โดย Marvel เตรียมพื้นที่สำหรับศิลปินและผู้สร้างบนแพลตฟอร์ม VeVe

จากข้อมูลของ Bloomberg ระบุว่า Marvel และ DC เจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือการ์ตูนทั้งสองค่าย ดูเหมือนจะแหวกแนวจากแนวทางธุรกิจที่กำหนดไว้ในการอนุญาตให้ผู้สร้างและศิลปินขายภาพพิมพ์ต้นฉบับของผลงานที่ตีพิมพ์ ในรูปแบบ NFT

โดยทั้ง Marvel และ DC มีรายงานว่ามีการออกแบบโดยใช้คอลเล็กชั่นหนังสือการ์ตูนจำนวนมากในฉาก NFT ที่กำลังขยายตัว ซึ่งอาจเป็นตลาดใหม่สำหรับการขายของสะสม ซึ่งอันที่จริง Marvel ได้เปิดพื้นที่บางส่วนใน NFT แล้วโดยขายของสะสมดิจิทัลของตัวละคร Spider-Man ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม Marvel และ DC ได้มีการป้องกันไม่ให้ศิลปินขายผลงานลอกเลียนแบบจากผลงานการสร้างสรรค์ในหนังสือการ์ตูนของพวกเขา แต่ทั้งนี้หลายฝ่ายมองว่าการกระทำดังกล่าวของ Marvel และ DC อาจเป็นการกีดกันผู้สร้างจากแหล่งรายได้ที่สำคัญ ซึ่งอันที่จริง มีการโต้เถียงกันเกี่ยวกับการขาดการจ่ายเงินจำนวนมากให้กับศิลปินหนังสือการ์ตูนจากความสำเร็จของการขายลิขสิทธิ์ไปยังสื่ออื่นๆ เช่น ภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่สร้างจากฮีโร่ของทั้งสองค่าย

อย่างไรก็ตาม Bloomberg รายงานว่า Marvel วางแผนที่จะให้โอกาสในการซื้อหวยออนไลน์สร้างรายได้รองสำหรับศิลปินและผู้สร้างบนแพลตฟอร์ม VeVe

1244


เอสซีจี เคมิคอลส์ ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เดินหน้าขับเคลื่อนพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการดำเนินธุรกิจ “ปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” สอดคล้องกับหลัก ESG (Environmental, Social, Governance)

ล่าสุด ได้ผนึกกำลังร่วมกับ Braskem (บราสเคม) ผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพระดับโลกจากประเทศบราซิล โดยได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย เพื่อผลิตไบโอ-เอทิลีน (bio-based ethylene) ซึ่งจะนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกประเภทไบโอ-พอลิเอทิลีน (bio-based polyethylene) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพลาสติกชีวภาพในเอเชียและตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมการใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกลุ่มผู้บริโภคสายกรีนอีกด้วย

นายโรเจอร์ มาร์คิโอนี Braskem’s Director for Asia เผยว่า “เทรนด์โลกมีความต้องการโซลูชันที่ตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น Braskem จึงมองหาโอกาสที่จะนำเสนอพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์ I’m GreenTM ซึ่งเป็นไบโอ-พอลิเอทิลีน เพื่อช่วยดูแลโลกควบคู่กับการตอบความต้องการของลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เรายังมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 สำหรับการร่วมมือกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของเราในเอเชีย ซึ่งทั้งสององค์กรต่างมีเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกัน โดยจะร่วมกันศึกษา แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ รวมทั้งจะช่วยพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น”

นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า “เอสซีจี เคมิคอลส์ มีแนวทางที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การเร่งขยายเข้าสู่ธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดภาวะโลกร้อน พร้อมตอบโจทย์ลูกค้า เจ้าของแบรนด์สินค้า และผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สำหรับการลงนามใน MOU ร่วมกับ Braskem ผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพระดับโลกในครั้งนี้ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย ซึ่งจะตอบโจทย์เทรนด์โลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ช่วยลดโลกร้อน และช่วยให้เรามุ่งสู่การเป็น ‘ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน’ อย่างเป็นรูปธรรมตามแนวทาง ESG (Environmental, Social, Governance) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และสอดคล้องกับนโยบาย BCG Model ของรัฐบาล สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจประเทศไทย”



ทั้งนี้ หากการศึกษาความเป็นไปได้ดังกล่าวดำเนินไปด้วยดีและบรรลุข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย การดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาติกชีวภาพจะเกิดขึ้นในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยโครงการนี้จะผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลาสติกชีวภาพของ Braskem เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตพลาสติกพอลิเอทิลีน และความเป็นเลิศด้านการตลาดของเอสซีจี เคมิคอลส์ เพื่อส่งเสริมการใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในวงกว้างต่อไป

1245



ไอติมเป็นของหวานที่ได้รับความนิยมของคนทั้งโลก ที่ช่วยดับร้อนเหมาะกับอากาศบ้านเราอย่างยิ่งแล้วก็ยังมีรสชาติที่อร่อย หวานหอม ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนมีไอศครีมรสโปรดเป็นของตนเอง แต่ว่าคุณรู้ไหมว่าไอติมที่นิยมทานกันทั้งโลกมีกี่ประเภท วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกัน !

1.Ice Cream - ไอศครีม
เริ่มกันที่ประเภทแรก ‘ไอศครีม’ ทำจากการนำนมผสมกันสารให้ความหวานต่างๆไม่ว่าจะเป็นครีม น้ำตาล ไข่ หรือมีการผสมรสชาติแปลกใหม่ลงไป ทำให้ไอศครีมเป็นของหวานที่ใครหลายๆคนสามารถกินได้ทุกวี่วันไม่มีเบื่อ

สนใจ เครื่องทำไอศกรีมฮาร์ดเสิร์ฟ คลิกเลย!

2. Frozen Yogurt - โฟรเซนโยเกิร์ต
ไอศกรีมที่เปรียบดังลูกพี่ลูกน้องของไอศครีมซอฟต์เสิร์ฟ ไอติมโฟรเซนโยเกิร์ต นั่นเอง เนื่องจากด้วยลักษณะภายนอกที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน แต่แตกต่างกันตรงที่โฟรเซนโยเกิร์ตจะใช้โยเกิร์ตไขมันต่ำเป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้คนที่ชื่นชอบในไอศครีม แต่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพและหุ่นมีทางเลือกเยอะขึ้น เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการทานไอศกรีมแต่กลัวอ้วน นิยมนำมาทานกับท็อปปิ้งผลไม้ หรือกินเดียวๆก็อร่อยฟินสุดๆ





3.Soft Serve ซอฟท์เสิร์ฟ
คงไม่มีใครไม่รู้จักไอศครีมสัญชาติญี่ปุ่นที่เป็นที่ชื่นชอบมากๆอย่าง “ ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ ” กันอย่างแน่นอน
ซึ่งไอติม ‘ซอฟต์เสิร์ฟ’ หรือบางที่เรียกกันว่า ‘ซอฟต์ครีม’ เป็นไอศครีมที่แตกสูตรมาจากไอศกรีมดั้งเดิม แต่มีขั้นตอนการทำที่ต่างออกไปเล็กน้อยด้วยอุณหภูมิที่ใช้นั้นสูงมากกว่า เพื่อทำให้ไอศกรีมมีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม อาจทำมาจาก ผงไอศกรีมซอฟเสริฟ ก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งไอติมซอฟท์เสิร์ฟเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น

สนใจ เครื่องทำไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ คลิกเลย!

4.เจลาโต (Gelato)
เจลาโต้ ไอศกรีมสัญชาติอิตาเลี่ยนที่ยอดนิยมไม่แพ้กับซอฟท์เสิร์ฟ เป็นไอศกรีมที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน ซึ่งความพิเศษของไอติมเจลาโต้นี้ คือ จะมีความเหนียวหนึบมากยิ่งกว่าไอศกรีมปกติ ซึ่งส่วนประกอบหลักของเจลาโตนั้นทำจากนมในสัดส่วนที่มากกว่าครีมเจลาโตนั้นมักมีไขมันอยู่เพียงแค่ 5-7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ด้วยเนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบของเจลาโต้ จึงไม่สามารถใช้ Scoop ตักได้เหมือนไอติมธรรมดา ก็เลยต้องใช้ Spatula หรือไม้พายตักเจลาโต้ในการตักเสิร์ฟ

5.Sorbet ไอศกรีมซอร์เบต์ และ Sherbet ไอศกรีมเชอร์เบต
ไอศกรีม ‘ซอร์เบต์’ เป็นไอศกรีมที่มีส่วนผสมหลักคือผลไม้และน้ำตาลแล้วนำไปแช่แข็ง ไอศกรีมซอร์เบต์ที่แท้จริงจะมีเนื้อคล้ายกับเกล็ดน้ำแข็ง ได้รสของผลไม้แบบเข้มข้น ซึ่งไอติมซอร์เบตเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่แพ้แลคโตสในนม แต่ว่าอยากทานไอศกรีม ส่วนไอศกรีม ‘เชอร์เบต’ นั้นจะต่างกันอยู่เล็กน้อยตรงที่ไอศกรีมเชอร์เบตจะมีส่วนผสมของนมเพิ่มเข้ามาด้วย ก็เลยทำให้ไอศกรีมมีเนื้อเนียนนุ่มมากเพิ่มขึ้น



Pages: 1 ... 81 82 [83] 84 85 ... 94